• ค้นหา

    เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการค้นหา
    คุณสามารถค้นหายางที่ต้องการตามยี่ห้อและรุ่นรถได้


    Category / หมวดหมู่ :  
    Brand / ยี่ห้อ :  
    Model / รุ่นรถ :  
    ค้นหาจาก ID :  

    ข่าวและกิจกรรม

    ออโต้แบคส์ คู้บอน Tire Festival

    07/07/2015
    ออโต้แบคส์ สาขาคู้บอน ขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่าน เยี่ยมชมยางราคาพิเศษ อาทิยาง โยโกฮาม่า, ดันลอป และ จีที มาให้ท่านเลือกมากมายหลายรายการ พร้อมโปรโมชั่นดีๆ ให้ท่านเลือก 0% 10 เดือน หรือรับส่วนลดพิเศษ วันนี้ - 31 ก.ค.นี้

    AUTOBACS SUPER GT สนาม3 บุรีรัมย์

    22/06/2015
    “ทีมโมลา” ผงาด บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที 2015 ศึกบุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 ดวลความเร็วสุดมันส์ ท่ามกลางแฟนความเร็วล้นหลามในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยแชมป์ในรุ่นจีที500 เป็นของ ทีม โมล่า ขับโดย ซาโตชิ โมโตยาม่า และ มาซาตากะ ยานากิดะ ส่วนทีมแข่งไทยรถมีปัญหาไม่จบเรซ หลังมีลุ้นโพเดียมช่วงท้าย ขณะแชมป์ จีที 300 เป็นของ ทีม เอ็นดีดีพี ขับโดย มิตซึโนริ ทากาโบชิ และ คาซูกิ โฮชิโน่ คู่หูชาวญี่ปุ่น จากเกมเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมาการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดยิ่งใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นอย่าง ซูเปอร์จีที 2015 สนาม 3 รายการ บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนนี้ ในเวลา 15.00 – 17.00 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้วยระยะทางทั้งหมด 300 กิโลเมตรโพลโพซิชั่น ในรุ่นจีที500 เป็นของ รถแข่งเล็กซัส หมายเลข 38 จากทีมเซนต์ เครูโมะ ขับโดย ยูจิ ทาชิกาว่า และ ฮิโรอากิ อิชิอูระ ขนาบข้างด้วย รถแข่งเล็กซัส หมายเลข 36 จากทีม เลกซัส ทีม ปิโตรนาส ทอมส์ ขับโดย เจมส์ รอสซิเตอร์ และ ไดซูเกะ อิโตะ ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ รถแข่งนิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 46 จากทีม โมลา ขับโดย ซาโตชิ โมโตยาม่า และ มาซาตากะ ยานากิดะด้านกริดสตาร์ทในรุ่นจีที 300 ทีมจากประเทศไทยอย่าง ไรเตอร์ วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ขับโดย ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม  และ โทมัส เอ็งเก้ ทีมเมทอชาวเช็ก ได้ออกตัวจากกริดที่ 22 ส่วน ณณิณ อินทร์พยุง นักขับไทยจาก อานาจ เรซซิ่ง ได้ออกตัวจากกริดที่ 16  ขณะที่โพลโพซิชั่นในรุ่นจีที 300 ตกเป็นของรถแข่งโตโยต้า 86 หมายเลข 25 จาก วีว่า ซี ทีม ซึจิย่า ขับโดย ทาเคชิ ซึจิย่า และ ทากามิตซึ มัตซูอิ 2 นักขับญี่ปุ่นผลการแข่งขันในรุ่นจีที500 กลายเป็นรถแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 46 ซึ่งส่ง ซาโตชิ โมโตยาม่า ลงขับไม้แรกพร้อมกับทะยานขึ้นเป็นผู้นำ ก่อนเปลี่ยนให้ มาซาตากะ ยานากิดะ ลงมารับช่วงต่อ และซิ่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 66 รอบสนาม โดยมี รถแข่ง เล็กซัส หมายเลข 6 จากทีม เล็กซัส ทีม เลอมองส์ อีนิออส ขับโดย คาซูยะ โอชิม่า และ ยูจิ คูนิโมโตะ เป็นอันดับ 2 ตามหลัง 7.931 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ รถแข่ง ฮอนด้า คอนเซ็ปต์ เอ็นเอสเอ็กซ์ หมายเลข 17 จากทีม เคฮิน เรียล เรซซิ่ง ขับโดย โคอุดาอิ และ ฮิเดกิ มูโตะ 2 นักขับญี่ปุ่น ตามหลังแชมป์ 19.727 วินาทีส่วนการแข่งขันในรุ่น จีที300 ทีมไทยอย่าง ไรเตอร์ วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต มีลุ้นขึ้นโพเดียมในช่วงท้ายเรซ หลังช่วงแรกส่ง ชนม์สวัสดิ์ ลงไปขับ และเปลี่ยนให้ โทมัส เอ็งเก้ ลงมารับช่วงต่อ โดยค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาสูงสุดในอันดับ 8 ก่อนจะต้องนำรถเข้ามาเติมนำมันรอบรองสุดท้าย ทว่าไม่สามารถนำรถไปลุยต่อได้ ไม่จบการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย ขณะ ณณิณ อินทร์พยุง และ มาซากิ คาโนะ จาก อานาจ เรซซิ่ง จบเรซในอันดับ 14โดยแชมป์ในรุ่นจีที300 ตกเป็นของรถแข่งนิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 3 จากทีม เอ็นดีดีพี ขับโดย มิตซึโนริ ทากาโบชิ และ คาซูกิ โฮชิโน่ คู่หูชาวญี่ปุ่น เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 61 รอบสนาม ตามด้วย รถแข่งนิสสัน จีที-อาร์ หมายเลข 10 จากทีมเกนเนอร์ ขับโดย เรียวอิชิโร่ โทมิตะ และ อันเดร คูโต้ ตามหลังแชมป์ 9.231 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ รถแข่งบีเอ็มดับเบิลยู Z4 หมายเลข 7 ขับโดย เซอิจิ อาระ และ จอร์ก มูลเลอร์ ตามหลังแชมป์ 26.749 วินาทีทั้งนี้ในวันเดียวกันประเทศไทยได้รับข่าวดี เมื่อ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และ จีทีเอ ได้บรรลุข้อตกลงในการต่อสัญญาออกไป 2 ปี ส่งผลให้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้รับสิทธิ์เป็นเข้าภาพจัดการแข่งขันอีก 2 ปี นั่นคือปี 2016-2017 โดยสนามถัดไปของศึกซูเปอร์ จีที 2015 จะโยกกลับไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 8-9 สิงหาคมนี้ ที่สนาม ฟูจิ อินเตอร์เนชั่นแนล สปีด เวย์

    เบรกแตกทำไงดี

    16/03/2015
    เบรกแตกนับเป็นเรื่องใหญ่ที่ทั้งมือใหม่หัดขับหรือแม้กระทั่งไม่ใหม่ก็คงภาวนาอย่าให้เกิดขึ้นกับตัวเองนะครับ ...ทั้งหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีข่าวลงให้เห็นบ่อยๆถึงอุบัติเหตุที่เกิดจากรถเบรกแตก
    ดูทั้งหมด

    เรื่องน่ารู้

    5 วิธีดูแลรักษาแอร์รถยนต์

    16/03/2015
    รู้สาเหตุไปเมื่อตอนที่แล้วแล้วนะครับว่า อะไรบ้างทําให้แอร์รถไม่เย็น ตรวจเช็คอย่างไร และแก้ไขยังไง ...ลองมาดูกันบ้างว่า แล้วในสภาวะที่แอร์รถยนต์ยังแข็งแรงเป็นปกติเราจะดูแลอย่างไรดี 1.ที่ปุ่มปรับความเย็น ไม่ควรปรับไปที่โหมด cool ตลอดเวลาเพราะคอมเพรสเซอร์แอร์จะทํางานหนักตลอดเวลา 2.เมื่อเปิดแอร์ไม่ควรเปิดกระจก เพราะจะทําให้คอมเพรสเซอร์ทํางานหนัก 3.ก่อนจอดรถประมาณ 5 นาทีควรปิดการทํางานของคอมแอร์ (A/C ) 4.ควรล้างตู้แอร์ทุก 1 ปีหรือ ทุกการใช้งาน 2หมื่นกิโลเมตรรวมทั้งเปลี่ยนถ่ายน้ํามันคอมเพรสเซอร์ทุกครั้งที่มีการล้างตู้แอร์ 5.การล้างตู้แอร์มี2 แบบ คือ การถอดออกมาล้าง และ การไม่ถอด ซึ่งแน่นอนว่าวิธีแรกนั้นจะใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะต้องล้างแบบถอดหรือไม่ถอดนั้นขึ้นอยู่กับว่า ตลอดระยะเวลาการใช้แอร์รถยนต์ที่ผ่านมานั้นผู้ขับขี่ได้ดูแลเอาใจใส่แอร์รถยนตืมากน้อยเพียงใดนะครับการที่ผ่านมามีการล้างทําความสะอาดสม่ําเสมอ การล้างแบบถอดก็อาจจะไม่จําเป็นเท่าใดนักในตอนหน้า ผมจะนําวิธีการล้างตู้แอร์แบบละเอียดมาฝากนะครับ เพราะเมื่อเรารู้ทั้งสาเหตุอาการเสียต่างๆ วิธีดูแลรักษาโดยละเอียดแล้วและนําไปใช้แอร์ในรถยนต์ของเราก็จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นแน่นอนว่าเป็นผลดีทั้งต่อเงินในกระเป๋าและสําคัญยิ่งกว่าคือ สุขภาพของผู้ใช้รถด้วยนะครับ ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล http://franksautoelectrical.com.au/documents/51.html  

    5 วิธี ป้องกันภัย โจรยิงสัญญาณ บล็อกรีโมทรถ

    16/03/2015
    1. ระวังตัวในลานจอดรถ  ลานจอดรถคือเป้าหมายทีสำคัญของโจรประเภทนี้ พวกเขาชอบเสามากพวกมันสามารถทำให้สามารถแอบซ่อนได้ในระยะที่พวกเขาสามารถสกัดสัญญาณ ดังนั้นคุณต้องเริ่มจากการระวังตัวในลานจอดรถให้ดี พยายามมองตามเสาเนืองๆ หลังจากที่กดรีโมท   2. จอดในที่พลุกพล่าน ที่พลุกพล่านหรือมีคนผ่านบ่อย จะเป็นที่ปลอดภัยต่อภยันตรายทุกประเภท ฮวงจุ้ยดีที่สุด ในสามโลกของการจอดรถเลยก็ว่าได้ ที่จริงแล้ว นั่นเพราะ คนร้ายประเภทนี้จะมาจัดการรถคุณหลังจากที่คุณไปแล้ว ซึ่งถ้ารถจอดในที่พลุกพล่าน สำหรับโจรแล้ว มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงลงมือ     3. สังเกตคนมีพิรุธ บางทีการสังเกตช่วยคุณได้มาก คนบางคนอาจจะอยู่ในที่ซึ่งไม่จำเป็น อย่างที่เราบอกว่า remote jamming  ต้องอยู่ในระยะใกล้พอที่จะดักสัญญาณได้ ซึ่งหมายถึงเขาต้องอยู่แถวๆนั้นอย่างแน่นอน ลองสังเกตคนที่ถืออุปกรณ์บางอย่าง บ้าง อาจจะมีเสาวิทยุ บ้างอาจจะคล้ายๆ เครื่องปาล์ม แล้วป้วเปี่ยนไปมา หรือลองใช้ความรู้สึกดูว่ามีคนจับจ้องเราทำกิจกรรมหรือไม่ ถ้าใช่อย่าวางใจโดยเด็ดขาด แจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยตรวจสอบดูหน่อยก็ดี   4. เช็คซ้ำ หลายคนวางใจเทคโนโลยีมากเกินไปจนลืมคิดถึงภัยที่ตามมา ความจริง การป้องกันที่ดีเริ่มที่เราเองด้วยการเช็ครถซ้ำว่าล็อกหรือไม่ ประการใด จะช่วยป้องกันได้มากที่สุด ในกรณีนี้ รวมถึงอาจจะเดินกลับมาที่รถบ้างถ้ามีโอกาส หรือร้ายสุดในกรณีที่เราพบว่ารีโมทไม่ทำงาน ซึ่งอาจจะเพราะโดนโจรร้ายหรือ แบตเตอร์รี่อ่อน ให้คุณใช้วิธีเบสิคที่สุด คือการล็อกด้วยกุญแจ จะสามารถป้องกันได้ เพราะโดยส่วนใหญ่ระบบเซ็นทรัลล็อกทำงานแยกส่วนกับระบบรีโมทสั่งการ   5. ของมีค่าโปรดอย่างวางไว้ในห้องโดยสาร หลักการของการทำงานโจรรีโมทนี้ ส่วนใหญ่พวกเขาต้องการของมีค่ามากกว่าที่จะขโมยรถ ซึ่งส่วนใหญ่ตามความเข้าใจของทุกคน มักจะชอบทิ้งของไว้ในรถเสมอ ดังนั้นแม้บางทีเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกล่อลูกชนโจรนั้นมีเยอะกว่าที่คิด จนแม้จะทำตามที่เราพูดก็อาจจะพลาดพลั้ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือคุณไม่ทิ้งอะไรไว้ให้พวกเขาสามารถเก็บเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน นั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในการป้องกันตัวเอง   ที่มา: http://www.toptenthailand.com/23-2478.html

    5 ปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ

    16/03/2015
    อุบัติเหตุป้องกันได้หากไม่ประมาท ....แต่ในบางครั้ง แม้เราไม่ประมาท หากแต่หากคนอื่นประมาท เราก็เลี่ยงอุบัติเหตุไม่พ้น...แต่ก็นั่นแหละครับ หากเรามีสติ ระมัดและระวัง อุบัติเหตุหนักก็อาจผ่อนให้เป็นเบาได้ ...ยิ่งเมื่อไม่สามารถกำหนดการกระทำของผู้อื่นได้ ก็ลองเริ่มต้นดุที่ตัวเราก่อนจะเป็นไร จริงมั๊ยครับ ...มาดูครับว่า 5พฤติกรรมเสี่ยงที่พาลให้ประสบพบอุบัติเหตุเอาได้ง่ายๆคืออะไรบ้าง 1.สภาพร่างกายไม่พร้อมในขณะขับรถ  ...การพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนล้า บางครั้งแม้เหมือนจะตื่นอยู่แต่จริงๆสมองไม่ตื่น นี่ก็อันตรายมากๆเลยนะครับ  ถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะเช่นนั้น ก็ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะขับรถอย่างยิ่งครับ เพราะบางครั้งอาจเกิดให้ต้องตัดสินใจอะไรกะทันหัน หากสมองไม่ตื่นตัวเต็มที่อาจตัดสินใจผิดพลาดหรือช้าไม่ทันการณ์ นำมาซึ่งอุบัติเหตุได้เลยครับ 2.สภาพรถไม่พร้อมใช้งาน...นอกจากร่างกายที่พร้อมแล้ว รถก็ควรที่จะพร้อมขับขี่ด้วย บางท่านละเลยขาดความสนใจดูแลเอาใจใส่รถ ก็เหมือนแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้ายล่ะครับ ...ดังนั้น ควรมั่นตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมใช้งานเสมอ เพราหากละเลยสภาพรถก็ไม่ต่างอะไรกับการละเลยชีวิตตัวเองครับ 3.ขับรถเร็วและไม่เคารพกฎจราจร ...แทบจะทุกวันนะครับ ที่เราต้องเห็นคนละเมิดกฎจราจรไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง โดยเฉพาะการขับฝ่าสัญญาณไฟนี่มีให้เห็นกันแทบจะประจำก็ว่าได้  อาจด้วยเพราะเห็นว่าเป็นกฎเล็กๆน้อยๆ หรือ บางครั้งอาจคิดว่าเป้นความตื่นเต้นเร้าใจแบบหาที่สุดไม่ได้ โดยไม่ตะหนักซะนิดว่าพฤติกรรมเช่นนั้นอาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุ ...หาละเมิดกฎจราจรแล้วจะขับรถชนอากาศตายไปตามลำพังก็คงไม่มีใครมานั่งว่าอะไรหรอกครับ แต่นี่มันไม่ใช่สิครับ เพราะอุบัติเหตุแต่ละครั้ง อย่างไรซะก็ต้องมีคู่กรณี ซึ่งบางทีคู่กรณีไม่ได้ทำผิดอะไรสักนิดแต่ต้องมาเดือดร้อน เสียเวลา เสียทรัพย์สินบางครั้งเสียชีวิตเพราะความไม่ยอมเคารพกฎจราจรของคนบางประเภทนี่ละครับ 4.ความประมาทเลินเล่อ...อีกพฤติกรรมเสี่ยง ที่มักเกิดขึ้นโดยผู้กระทำไม่ทันคิดหรือบางครั้งอาจจะกระทำโดยไม่ทันคิดหรือรู้ตัว ที่พบเห็นบ่อยก็อย่างเช่น หันหรือก้มไปหยิบจับสิ่งใด อย่างเช่นแว่นกันแดด แก้วน้ำ โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร หรืออาจรวมถึงการนำเด็กเล็กมานั่งตักเวลาขับรถ นำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถโดยไม่มัดสายล่ามไว้ให้ดี พฤติกกรมเหล่านี้ ความสนใจของผู้กระทำมักถูกดึงไปจากภาพตรงหน้าหรือถนน โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งก็เรียกง่ายๆว่า ขาดสตินั่นเองครับ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มักนำมาซึ่งอุบัติเหตุทั้งสิ้น 5.คุยโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสาร ในขณะขับรถ ...พฤติกรรมนี้ จริงๆก็จัดอยู่ในพฤติกกรมประมาทเลินเล่อได้ครับ เพียงแต่เห็นว่าเป็นพฤติกรรมหลักที่คนมักทำกันเยอะ เลยขอแยกออกมาให้เห็นชัดๆ ...เคยได้ยินไหมล่ะคัรบ บางคนพอขึ้นรถปุ๊บต้องควักโทรศัพท์ออกมาคุย ด้วยเหตุผลว่า ว่าง! ...ฟังแล้วอาจงงๆ ...ว่างได้ไง ก็เห็นๆอยู่ว่าขับรถ ?!  คำตอบที่ได้คือ ก็ปากมันว่าง ! ...การคิดเช่นนี้นั้นไม่ถูกอย่างสิ้นเชิงครับ ... การคิดว่า การขับรถคือว่าง ขับไปเรื่อยๆเฉื่อยๆ นั้นขอบอกว่า ผิดตั้งแต่ที่คุณคิดเชียวครับ  เพราะการขับรถนั้น สิ่งที่ต้องใช้สูงสุดก็คือสติ ปราศจากซึ่งสติก็นำมาซึ่งอุบัติเหตุแน่นอนครับ สติมา ปัญญาย่อมเกิด ...แต่อุบัติเหตุจะเกิดเพราะสติมันไม่มานะครับ ... ขอบคุณรูปภาพจาก www.sodahead.com  
    ดูทั้งหมด
    Top